ยกที่สอง : ผมจากไป ใจยังอยู่

Categories:





















เข้ารับคีโมครั้งที่สอง ย้ายตึก ย้ายห้อง
ทั้งที่มีประสบการณ์มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังอดรู้สึกหวั่นๆ ไม่ได้
(หรือที่จริงเป็นเพราะมีประสบการณ์มาแล้วนี่แหละ ถึงได้หวั่น
เพราะรู้แล้วนี่นาว่าจะเจออะไรมั่งอ้ะ >.<) แต่เรารู้ว่าต้องเดินหน้าต่อไป
หวั่นไหวแค่ไหน แต่ใจต้องสู้เนอะ...เชิญอ่านการขึ้นชกยกสองได้เลยค่ะ

 

วนิดา
โดย Apple Patcharee เมื่อ 9 ตุลาคม 2010 เวลา 10:42 น.

มาแอดมิทแล้ว ครั้งก่อนได้อยู่วอร์ดใหม่ ห้องยังกะรพ.เอกชน 
ครั้งนี้ได้อยู่ตึกมหิดลวรานุสรณ์ เป็นตึกอายุร่วม 100 ปี 
นี่ถ้าเดินเข้ามาแล้วเจอพี่ติ๊ก คงนึกว่าหลุดมาในยุควนิดา ^^


















ระบม
โดย Apple Patcharee เมื่อ 10 ตุลาคม 2010 เวลา 19:18 น.

จู่ๆ หนังหัวก็ระบม ไม่รู้เป็นผลจากการนั่งสางผมให้ร่วงของเรารึเปล่า 
รู้สึกหนังหัวมันนิ่มๆ หยึยๆ จิ้มไปแล้วเจ็บๆ ถ้าไม่ใส่หมวกนอนไม่ได้ 
รู้สึกไม่มีอะไรโพรเทกส์หัวอ่ะ สงสัยมากเลยว่าพระกะแม่ชีท่านเจ็บหัวรึเปล่า


ลุย!
โดย Apple Patcharee เมื่อ 9 ตุลาคม 2010 เวลา 10:42 น.

เย็นนี้จะเริ่มเคมีบำบัดคอร์ส 2 แล้วละ ให้คืนละ 12 ชม. 7 วัน 
แล้วรอดูผล 14 วันอันตราย แม้จะเหมือนเดิม แต่ประมาทไม่ได้จริงๆ 
หวังว่า ร่างกายที่โด๊ปมาจะแข็งแรงพอที่จะทำให้ไม่แพ้ ไม่ติดเชื้อ ^^v

มิตร
ดย Apple Patcharee เมื่อ 12 ตุลาคม 2010 เวลา 14:21 น.

เข้า รพ.รอบ 2 มีอาการหงอยๆ ซึมๆ คล้ายเบื่อๆ แล้วก็คิดถึงบ้าน 
เพื่อนที่ขายข้าวต้มปลาชามละ 300 บ.อยู่เยาวราชรู้ข่าว
ก็หิ้วข้าวต้มปลาสูตรไร้ผงชูรสมาให้ น้องฝึกงาน
ที่เคยฝึกงานกะเราตั้งแต่เราทำงานปีแรกรีบมาบริจาคเลือด 
แถมหอบหิ้วข้าวกล้องจากเมืองกาญจน์มาให้ และพอรู้ว่า
เราอยากกินวีซอยแต่ในศิริราชไม่มีขายสูตรไร้น้ำตาล 
น้องก็ไปเดินหาจากร้านของชำแบกมาให้ทั้งลัง 
เพื่อนรักอ่านเจอว่าข้าวโพดต้มลดผลข้างเคียงของคีโมได้ 
รีบต้มมาให้กิน แถมยังจ้างคนไปรับอาหารชีวจิตมาให้ทุกวัน 
พอเห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่กล้าหงอยต่อ เราช่างโชคดีที่มีมิตรแท้อยู่รอบข้าง


ออกฤทธิ์
โดย Apple Patcharee เมื่อ 13 ตุลาคม 2010 เวลา 7:04 น.

ให้คีโมไป 2 วัน ตอนนี้เริ่มเพลีย เปลี้ย และเบื่ออาหารแล้ว 
มีอาการแบบอยากจะอ้วกอ่ะ ><


น้ำตา
โดย Apple Patcharee เมื่อ 15 ตุลาคม 2010 เวลา 16:10 น.

อ้วกทั้งวัน แถมไม่อยากอาหาร โดยเฉพาะข้าว กินไม่ได้เลย
เพลียง่อกแง่กทั้งวัน ยิ่งรู้จากหมอว่าหลังจากคอร์สนี้
จะได้รู้ว่าต้องปลูกถ่ายไขกระดูกเลยหรือไม่ แต่ยังไงก็ต้องเคมีบำบัด
ไปอีก 4 คอร์ส ฟังแล้วเหนื่อยจนน้ำตาไหล ร้องไห้เสร็จเปิดซีรีส์ดูต่อ ค่อยยังชั่ว ^^

ขาดแคลน
โดย Apple Patcharee เมื่อ 16 ตุลาคม 2010 เวลา 10:13 น.

เพิ่งรู้ว่าเลือดกรุ๊ป O ขาดแคลนก็ตอนโอ๋-ภัคจีรามาผ่าตัด พยาบาลบอกว่าคนกรุ๊ปโอ
บริจาคเลือดน้อยมาก และไม่สามารถใช้เลือดกรุ๊ปอื่นได้เลย เวลาผ่าตัดใหญ่
จึงต้องเตรียมเลือดให้พร้อม ใครสะดวกอย่าลืมมาบริจาคนะคะ โอ๋เค้าเป็นโรค
กล้ามเนื้ออ่อนแรงเหมือนคุณแม่ของนัท เห็นว่าต้องปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ถึงจะหาย
เดี๋ยวนี้คนป่วยกันมาก ดูแลสุขภาพกันด้วยน้า อ้อ ตอนนี้เม็ดเลือดขาวเราเหลือแค่ 600
ต้องระวังการติดเชื้ออย่างมาก


เลือดกรุ๊ปไหนก็บริจาคได้นะครับ และเราสามารถแจ้งแพทย์ได้ด้วยว่า
เราประสงค์จะบริจาคให้ใครเป็นการเฉพาะเจาะจงได้ด้วย จากนั้นทางแพทย์
จะนำเลือดที่เราบริจาคไปดำเนินการแลกเปลี่ยนจากธนาคารเลือดเองครับ
สรุปคือ ผู้ที่เราบริจาคจะได้รับเลือดตามกรุ๊ปที่เขาจำเป็นต้องใช้ในที่สุดครับ 
-Somkid-


ฉลอง
โดย Apple Patcharee เมื่อ 18 ตุลาคม 2010 เวลา 13:36 น.

เมื่อวานอ้วกฉลองคีโมขวดสุดท้าย <ขวดที่ 10 ในคอร์ส 2 นี้> ไป 2 รอบ 
วันนี้พี่เชาว์เลยสั่ง MKมากินฉลองซ้ำ ปรากฏกินได้ ไม่อ้วก ตอนนี้
ต้องรอดูอาการในช่วง 14 วันอันตราย เชื่อว่าจะไม่เกิดการแพ้และติดเชื้ออะไร 
เพราะเราเป็นคนแข็งแรง^^
 
คอยเซฟทับแต่ข้อมูลที่ดีและที่ถูกต้อง พูดกับตัวเองทุกขณะจิต
เพื่อสมองจะได้รู้ว่าควรทำอะไรกับร่างกาย หากใจมันจะปรุงแต่งอะไรด้วยความกลัว
ก็ให้มีสติรู้ตัว...ไว้ว่ามันไม่จริง ไม่ต้องถึงกับหลอกตัวเองว่าเราสบายดี 
ยอมรับสิ่งที่จริงคือเราไม่สบาย และสิ่งที่จริงกว่านั้นคือเราหายได้ 
เรากำลังทำทุกอย่างที่เป็นคุณต่อร่างกาย เรากำลังดีขึ้นทั้งกายและใจทุกวันๆ
- Ariya -


วันดี
โดย Apple Patcharee เมื่อ 22 ตุลาคม 2010 เวลา 11:41 น.
 
วันนี้เป็นวันดี คุณปู่ส่งหนังสือและเครื่องดีวีดีแบบพกพามาให้ เพื่อนก็ส่ง
อาหารชีวจิตอร่อยๆ มา เพื่อนอีกคนซื้อมันต้มขิงจากเยาวราชมายื่นให้
ที่หน้าห้องพร้อมน้องสาวอีกคนจากสัตหีบ <เข้ามาไม่ได้เพราะเป็นหวัด> 
พี่ชายซื้อซุปฟักทองมาฝาก เลยได้กินกับซาลาเปาโฮลวีทที่พี่เชาว์นึ่งร้อนๆ ให้ 
จะมีอะไรดีไปกว่าได้กินอร่อย หลับสบาย แถมมีดีวีดีดูและมีหนังสือดีๆ
ที่เพื่อนๆ ส่งมาให้อ่าน ไม่แปลกใจเลยที่เห็นภาพคนไทยช่วยเหลือกัน
ในข่าวน้ำท่วม ก็ดูสิ @^_^@ คนรอบข้างเราใจดีมีเมตตากันทั้งนั้น 

หมอเล่าว่าคนไข้คนนึงไปกินส้มตำมื้อละ 2 แสนมา เหตุเพราะพอจบคอร์ส 1 
หมอให้กลับไปพักบ้าน เค้าตรงดิ่งไปร้านดัง ปรากฏต้องเข้า Icu เสียไป 2 แสน

ห้าม O_O ลงจากเตียง
โดย Apple Patcharee เมื่อ 24 ตุลาคม 2010 เวลา 13:09 น.

เมื่อเช้าเลือดออกตามไรฟัน ต้องเอาสำลีนั่งกดอยู่นานแต่เลือดไม่หยุด
หมอต้องให้อมยาหยุดเลือด แถมมีเลือดคั่งเป็นก้อนที่กระพุ้งแก้ม
ปรากฏเป็นเพราะเกร็ดเลือดเหลือแค่ 3 พัน <ปกติแสนขึ้น>  เม็ดเลือดแดง24
<ปกติ30ขึ้น> เม็ดเลือดขาว300 <ปกติ5พันขึ้น> ค่าบ่งชี้ 0 แสดงว่าเสี่ยงติดเชื้อที่สุด
หมอห้ามคนเยี่ยม ห้ามแปรงฟัน คนเฝ้าต้องสวมหน้ากาก และห้ามลงจากเตียง
คุณพระช่วย! เข้าใจในความปรารถนาดีแต่ยังเดินได้ ขอเข้าห้องน้ำเองเถอะนะ ได้โปรด>.<

ไม่ยินร้าย

โดย Apple Patcharee เมื่อ 24 ตุลาคม 2010 เวลา 13:27 น.

หลังรู้ผลเลือดตอนเช้าและพยาบาลแจ้งว่าเสี่ยงต่ออะไรมั่ง เราก็ต้องคอย
ประคับประคองจิตไม่ให้รู้สึกยินร้าย เพราะระหว่างรอให้เลือด <เลือดเบิกนานหน่อย>
จิตก็จะแว่บ จะเลือดออกที่สมอง หัวใจ ปอด ตับหรือกระเพาะแบบคราวที่แล้วมั้ยหนอ
จึงต้องตั้งสติอยู่กะปัจจุบันให้มากที่สุด ดีที่น้องชายซื้อโซบะร้อน และเพื่อนซื้อรากบัว
กะมันต้มขิงไปให้ ฉันเลยร้อนหนอ อุ่นหนอ รสหนอเพลินไป แต่ยังไงใจก็ยังแว่บนึกถึง
เลือด เลือดหนอ เกล็ดเลือดหนอ อยากได้หนอ เมื่อไหร่มาหนอ โอ๊ย ไม่อยู่กะปัจจุบันเลย
หรือฉันเป็นแวมไพร์ไปแล้ว!!!

นอกจากร้อนหนออุ่นหนอแล้ว อย่าลืม Self - Talk ก่อนอน 

"ร่างกายฉันกำลังทำงานของมันอยู่ กำลังพยายามหาทางเพิ่มเกล็ดเลือดให้ฉันอยู่                        
ฉันทำดีแล้ว ฉันดกำลังใจดี กินอาหารที่ดี มีจิตใจที่ดี แวดล้อมด้วยผู้คนที่ดี                                
อยู่ในการรักษาที่ดีที่สุด ฉันกำลังหา...าย อาจไม่ใช่พรุ่งนี้ แต่ยังไงก็ดีขึ้นทุกวัน                           
ฉันผ่านจุดที่ฉันกลัวที่สุดมาแล้ว ต่อไปฉันยิ่งเก่ง ฉันรับมือกับมันง่ายขึ้น                                    
ฉันไม่ยอมจิตตก เพราะร่างกายฉันรอ ปฏิบัติตามคำสั่งของสมองของฉัน                                  
ถ้าจิตใจฉันเข้มแข็ง สมองฉันจะสั่งการได้ดีที่สุด"                                                               
- Ariya -                                                                                                                        
โดนจนได้
โดย Apple Patcharee เมื่อ 28 ตุลาคม 2010 เวลา 16:50 น.

หลังจากพยายามดูแลตัวเองไม่ให้เป็นไข้ และทำท่าจะก้าวพ้นไปได้
จู่ๆ ก็เหมือนอยู่บนดอยสูง อากาศเย็นยะเยือก ขนลุกเกรียว ขาเริ่มสั่น
ตามด้วยเท้า ตัว มือ ปาก ฟันกระทบกันกึกกัก ไม่สามารถหยุดเองได้
หนาวแบบว่านึกว่าอยู่บนยอดดอย โอ้! ที่เค้าว่าจะหนาวสั่นเป็นงี้เอง
เลยเจอทั้งยาฉีด ยากิน ยาฆ่าเชื้อวันละ 4 ขวด อีก 7 วัน และนอนกอด
ถุงน้ำร้อนอยู่นานจนตัวพองกว่าจะหายหนาว ตอนนี้ต้องรอผลว่าติดเชื้ออะไรหรือไม่
แต่คิดว่าคงไม่ติดเชื้ออะไร นอกจากเชื้อความห่วงใยของคนแถวนี้^^

จริงๆ ไม่ใช่หวัดหรอกค่ะ เป็นเพราะเม็ดเลือดขาวเหลือแค่ 150 ทำให้
ไม่มีอะไรต่อกรกับเชื้อโรคนัก นี่จึงเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ รวมทั้ง
การติดเชื้อที่อวัยวะต่างๆ ที่มีผลทำให้ไข้ขึ้นด้วย แต่ตอนแรกคิดว่าจะไม่เป็นไง



0แว๊ว~
โดย Apple Patcharee เมื่อ 30 ตุลาคม 2010 เวลา 12:34 น.

วันนี้ไข้ขึ้น มึน น่วม หนาวและเพลีย ทุกปีคลั่งไคล้วิ่งหาลมหนาว
แต่ปีนี้อยากจะวิ่งหนี เพราะมันหนาวเหน็บตามประสาคนเลือดน้อย
จนแทบจะทนไม่ไหว ยิ่งรู้ผลเม็ดเลือดขาว 0 ยิ่งเหน็บหนาว เข้าสู่
ความเสี่ยงอีกแว๊ววว ต้องเข้มแข็ง ต้องแข็งแรง มันหมดได้ก็ต้องมีเพิ่มได้สิน่า

ก่อนให้คีโมเราไปให้วิตามินเข้าเส้นกะอ.สาทิศ ที่อมรินทร์พริ้นติ้ง
ใกล้ศิริราชนี่เอง รู้สึกว่ามันช่วยเสริมความแข็งแรงได้เยอะ เราไม่เป็นแผลในปาก
ผิว เล็บก็ไม่ดำ ไม่ติดเชื้อใหญ่โต อ้วกก็น้อยกว่าชาวบ้าน เชื่อว่าเป็นผลจากวิตามิน

เวลาให้คีโมจะร้อนใน ให้กินสาลี่ปอกเปลือกก่อนให้ทุกวัน และให้หาชาที่มีฤทธิ์ดับร้อน
รวมทั้งแก้คลื่นไส้ ขับลมมาสลับชงดื่ม 2-3 เวลา เช่น ฟ้าทะลายโจร ลูกใต้ใบ เก็กฮวย
จับเลี้ยง ขิง มะตูม ชุมเห็ดเทศจะช่วยเรื่องระบาย บางทีคีโมก็ทำให้ท้องผูก แต่ชุมเห็ดช่วยได้
โดยไม่ทำให้มวนท้องและดีกว่ายาถ่ายของหมอค่ะ
 

อีกอันคือน้ำเกลือสำหรับอมกลั้วคอ ขอได้จากพยาบาล ให้อมครั้งละ 1 นาทีอย่าต่ำกว่านั้น
บางคนไม่รู้อมแล้วบ้วนทิ้งเลย มีงานวิจัยว่าอมบ่อยๆ จะช่วยลดการเกิดแผลในปากได้
ปกติคืออมหลังอาหารและก่อนนอน แต่ถ้ารู้สึกร้อนในปาก หรือมีแผลเล็กขึ้น

ก็อมบ่อยกว่านั้นได้ มันเหมือนล้างแผลแก้อักเสบไปในตัว หมอเล่าว่า
คนอื่นเป็นแผลในปากยาว 2-3 เซน หลายจุด ทำให้กินข้าวไม่ได้ต้องไปเอาหนองออก 
เราไม่อยากเป็น เลยทำทุกอย่างตามที่คนน่าเชื่อถือแนะนำมา 

มือหมด
โดย Apple Patcharee เมื่อ 3 พฤศจิกายน 2010 เวลา 11:32 น.

ไข้สูงไม่ยอมลง ให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียก็ยังไม่ได้ผล 

หมอเลยให้ยาฆ่าเชื้อราเพิ่ม เดินยาวันละ12 ชม.แถมมีเอฟเฟคส์ต่อไต
เกลือแร่ในร่างกายที่อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงได้
แถมยาฆ่าแบคทีเรียก็ให้ต่อ ผลก็คือมือหมด
ถูกเจาะ 2 ข้าง จิตตก เอ! ทำไมไข้ไม่ลง เพาะเชื้อก็ยังไม่เจอ
แล้วให้ยาแรงๆ เราทำไม แถมบอกว่ายานี้ฆ่าเชื้อราบ้านๆ
ถ้าเจอตัวจอมทัพต้องแรงกว่านี้ สุดท้ายต้องทำไง
กายให้หมอรักษาเราต้องรักษาใจ

อึ้งเลย

โดย Apple Patcharee เมื่อ 4 พฤศจิกายน 2010 เวลา 07:48 น.


เมื่อวานต้องให้เกล็ดเลือดกะเลือดแดง
หมอเบิกไปแต่เช้า ปกติ 4-5 ชม.ก็มา
เมื่อวานรอถึง 6 โมงเย็น รู้จากนางพยาบาลว่าเลือดหมด
ต้องรอรถรับบริจาคเลือดของศิริราชกลับมา
พอกลับมาตอนบ่ายก็ต้องเอาไปปั่นไปคัดกรอง
วันนี้เราได้เลือดสดซิงเลย ฟังแล้วทั้งซึ้งทั้งอึ้ง
เพื่อนๆ ที่อยากทำบุญแบบกุศลแรงๆ
เชิญบริจาคเลือดได้ที่ศิริราชนะคะ แต่ถ้าหนุ่มๆ คนไหน
ร่างกายแข็งแรง แนะนำให้บริจาคเกล็ดเลือดค่ะ
คนบริจาคน้อยกว่าความจำเป็น ต้องใช้ และเค้ารับบริจาค
จากผู้ชายที่แข็งแรงเท่านั้น เกล็ดเลือดมีสีเหลืองเหมือนน้ำเลือด
เป็นส่วนประกอบนึงของเลือด ถ้าขาดเกล็ดเลือดจะทำให้
เลือดออกภายในและภายนอกได้ง่ายค่ะ 


เอาไงล่ะทีนี้
โดย Apple Patcharee เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2010 เวลา 06:47 น.
 

อาทิตย์ที่ผ่านมาถูกให้ยา 2 มือจนแสบเส้นไปหมด
เพราะยาแรงมาก แถมยังทำให้ขมคอ เพลีย เบื่ออาหาร
อ้วกทุกวันจนเปลี้ยไปหมด งงว่าติดเชื้ออะไรหนอ
เพราะตรวจไม่พบ หมอบอกจำเป็นต้องให้ครอบคลุม
ไปก่อน แต่ร่างกายเราบอกว่ายิ่งให้ยิ่งแย่ จิตก็ซึมมาก
แล้วเมื่อวานผื่นก็ขึ้นทั้งหน้าและตัว ปรากฏแพ้ยา
หมอต้องหยุดยา เราดีใจมาก ก่อนจะคิดได้ว่า
จะดีใจทำไม เราเป็นผื่นแพ้ยารุนแรงเหมือนกัน
อักเสบร้อนคันทั้งตัว เอาไงต่อล่ะทีนี้


ประคบประหงม 
โดย Apple Patcharee เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2010 เวลา 13:10 น.


น่วม เพราะไข้และผื่นแพ้ยา ตลอดอาทิตย์
พี่เชาว์ต้องคอยเอาผ้าเย็นซับตัวเราและทายาให้ทั้งตัว
ทุกๆ 4 ชม.เพราะผื่นมันร้อนมาก เลยน่วมไปด้วยกัน
ทั้งเราและพี่เลี้ยง เรียกว่าแข่งกันผอมเลย
เห็นแล้วก็อดห่วงไม่ได้ เราเองไม่มีพี่หรือน้องสาว
ที่จะมาเฝ้าได้ ถ้าให้พี่ชายมาเฝ้าก็ไม่สะดวกนัก
ตอนแรกแม่จะมาเฝ้าแต่เราไม่อยากให้เค้าลำบาก
เลยมีแต่เพื่อนสนิทคนเดียวที่มาสลับเฝ้าให้พี่เขา
เข้าออฟฟิศได้บ้าง เกรงใจทุกคนที่ต้องลุยงานกันเอง
ยังดีที่ได้พี่ออดมาช่วยดูแลน้องๆ ให้ ต้องขอบคุณจริงๆ
มีอีกหลายคนที่ต้องขอบคุณแต่คงระบุได้ไม่ทั้งหมด
แต่อยากให้รู้ว่าเราขอบคุณกับทุกๆ กำลังใจจริงๆ มันมีค่ามาก
และทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว

18:43 น.
 

ครั้งนี้มีง่อกแง่กโงนเงนบ่อยครั้ง เพราะชอบเปรียบเทียบ
กับครั้งแรกที่อยู่รพ.สั้นกว่า ให้ยาน้อยกว่า เจอพยาบาล
น่ารักและเก่งกว่า และพอรู้ว่าต้องให้เคมีที่แรงกว่าเดิมอีก 4 คอร์ส
และรู้ว่าต้องปลูกถ่ายไขกระดูกพร้อมให้เคมีแบบล้างผลาญแล้วก็
อด...วิตกไม่ได้ จิตหลุดจากสภาวะปัจจุบันบ่อยๆ แต่ยังไง
เดินลงสนามไปแล้ว ถ้าถอยก็แพ้สถานเดียว สู้เดินต่อดีกว่าค่ะ  


CT SCAN
โดย Apple Patcharee เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2010 เวลา 16:22 น.

เพิ่งเข้าเครื่องซีทีสแกนเป็นครั้งแรก หลังจากเอ็กซเรย์ปอด
แล้วเห็นจุดเงาเล็กๆ หมอก้ำกึ่งไม่กล้าบอกว่าไม่เป็นไร
เพราะเรายังมีไข้ต่ำๆ จึงต้องตรวจให้ชัวร์ ก่อนเข้าเครื่อง
ต้องฉีดสีและกินน้ำแดงที่เป็นสารไอโอดีน มีคนไข้
ต่อคิวตรวจยังกับเป็นเรื่องปกติ ดูเหมือนคนเจ็บป่วย
จะเยอะจริงๆ ส่วนเราตื่นเต้นมากและไม่ค่อย
อยากตรวจเท่าไหร่ กังวลเหมือนกันว่าจะติดเชื้อรา
อย่างที่หมอกลัว เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเราต้องรักษาปอดอีก 3 เดือน
โชคดีที่เราติดเชื้อตัวเองเล็กน้อย ทำให้ปอดอักเสบเล็กน้อย
ซึ่งยาที่ให้ไปก่อนหน้าและเราแพ้ มันรักษาครอบคลุมแล้ว
แผลอักเสบที่เหลือก็รอให้ปอดเยียวยาตัวเอง
ซึ่งอาการที่มีคือไอและหายใจได้ไม่ลึกเท่าเดิม โล่งอก
ตอนนี้ก็แค่รอให้ผลเลือดขึ้นและผื่นแพ้ยาหายซึ่งคงนานพอควร
เพราะเราไม่เอายาสเตียรอยด์ หายช้าหน่อยดีกว่ากินยาไปกดภูมิอีก
ตอนนี้ดูๆ แล้วตัวเราก็น้องๆ เด็กดักแด้เลยอ่ะ 


ของเยี่ยม
โดย Apple Patcharee เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2010 เวลา 10:08 น.
เมื่อวานน้องๆ มาเยี่ยม มาบริจาคเลือดกันที่ศิริราช
นี่เป็นของเยี่ยมที่วิเศษจริงๆ มีผู้ป่วยมากมายที่จำเป็น
ต้องได้รับเลือด และเลือดที่บริจาคไว้ก็มีวันหมดอายุ
จึงจำเป็นต้องมีผู้บริจาคเลือดอย่างสม่ำเสมอ
ขอให้ผลบุญคุ้มครองน้องๆ นะจ๊ะ 


ย้อนหลัง 
โดย Apple Patcharee เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2010 เวลา 13:28 น.

ผ่านวันเกิดของหลายคนมา แต่ไม่สามารถไปเดินช้อปปิ้ง
หาซื้อของขวัญให้ได้ เลยฝากเพื่อนสนิทไปเลือกซื้อให้แทน
โดยบอกบุคลิกแต่ละคนไป หวังว่าจะถูกใจ สุขสันต์วันเกิด
ย้อนหลังทุกคน ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงจ้ะ^^
 

หมดยก 2
โดย Apple Patcharee เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2010 เวลา 18:26 น.
 

เม็ดเลือดขาวต่ำไปหน่อย เกือบไม่ได้กลับบ้าน
อาจารย์ให้พัก 1 อาทิตย์ แต่ต้องระวังการติดเชื้อ
จากคนและอาหารให้มาก และให้ทำน้ำหนักเพิ่ม 3 โล
ให้ได้ภายใน 7 วัน สงสัยจะต้องโด๊ปขนานหนัก
เพราะจันทร์หน้าต้องมาเจาะไขกระดูก เย้ เย้ เย้
คืนนี้จะได้นอนบ้าน คิดถึงจะแย่ ^^




บทเรียนจากคอร์ส 2
โดย Apple Patcharee เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2010 เวลา 15:31 น.

เมื่อนั่งทบทวนถึงการรักษาตัวในระยะ 2 เดือนที่ผ่านมา
มันทำให้เราได้รับบทเรียนหลายอย่างทีเดียว
 

อย่าเปรียบเทียบ  คอร์ส 1 เราเจอพยาบาลเก่ง ใส่ใจกว่าคอร์ส 2
เราอยู่ รพ.แค่ 24 วัน แต่คอร์ส 2 เราอยู่ 36 วัน ระหว่างที่อยู่ในคอร์ส 2
เรามักจะคิดเปรียบเทียบ ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งหม่นหมอง เครียด
จิตตกเปล่าๆ เพราะคอร์ส 2 พยาบาลเจาะเส้นเราแตกแทบทุกวัน
วันหนึ่งๆ ถูกเข็มเจาะ 3 รู กว่าจะเปิดเส้นสำเร็จ พออยู่เกิน 24 วัน
ก็ยิ่งเซ็งและเครียด ทำไมถึงยังไม่ดีขึ้น ทำไมถึงยังไม่ได้กลับบ้าน
 

ต้องพร้อมเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง คอร์ส 1 หลังจากอ้วกเป็นเลือด
ไข้ขึ้น ให้ยาฆ่าเชื้อ 7 วัน เราก็ฟื้นตัวและสามารถกลับบ้านได้
พอมาคอร์ส 2 ไม่มีการอ้วกเป็นเลือด เพราะหมอระวังมากขึ้น
เราคิดว่าถ้าเราไม่มีไข้ เราคงได้กลับบ้านเร็วขึ้น
เราพยายามฟิตตัวเอง วันไหนไม่มีเข็มคาอยู่ที่มือ
ก็จะออกกำลังกายแต่เช้า พยายามกินสมุนไพรทุกอย่าง
เพื่อป้องกันอาการร้อนใน มีไข้ แต่พอเม็ดเลือดขาวต่ำถึง 0
ก็ไข้ขึ้นและไอ เรารู้สึกผิดหวังมาก ยิ่งให้ยาฆ่าเชื้อไปแล้วถึง 3 ตัว
และมีผลข้างเคียงค่อนข้างเยอะ ทั้งเหนื่อย เพลีย อาเจียน มึนหัว
แสบเส้น ทำยังไงไข้ก็ไม่ลด เราก็ยิ่งเครียดและเซื่องซึม
จิตแฟบลง เหี่ยวลง ร้องไห้บ่อยๆ รู้สึกยิ่งสู้ยิ่งเหนื่อย
นั่นเป็นเพราะเราไปยึดติดว่ามันจะเหมือนเดิมกับคอร์สแรก
แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิม ทุกอย่าง
เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา 


อย่ากังวลอนาคต พอไข้ไม่ลด เอ็กซเรย์ไป 3 รอบ เห็นเงาแว่บๆ ที่ปอด
เราเริ่มจิตตก กังวล ปอดจะติดเชื้ออะไรมั้ยหนอ
นอนไม่หลับ ทำไมไข้ไม่ลด ให้ยาฆ่าเชื้อจนแพ้ยา
ผื่นขึ้นเต็มตัว ไข้ก็ไม่ลด สุดท้ายต้องเข้าเครื่องซีทีสแกน
เรายิ่งวิตก จะเจออะไรมั้ย เราจะติดเชื้ออะไรมั้ย ถ้าติดเชื้อ
ก็หมายถึงว่าเราจะให้เคมีบำบัดไม่ต่อเนื่อง
เพราะต้องไปรักษาอาการติดเชื้อก่อน แต่สุดท้าย
เราก็ไม่ได้ติดเชื้ออะไร แค่ปอดอักเสบเพราะ
แพ้อากาศเล็กน้อย แต่ความกังวลทำให้ช่วงเวลา
การรักษาเป็นสิ่งทรมานสำหรับเรา

เลิกคิดถึงงาน
เราเริ่มกังวล เพราะนอกจากเราต้องหยุดงานแล้ว
สามีก็เข้าออฟฟิศได้อาทิตย์ละวัน สองวันเท่านั้น เราเริ่มห่วงน้องๆ
จะทำงานกันไหวมั้ย ขนาดตอนเราอยู่ยังโหลดกันเลย แล้วตอนนี้
จะเป็นไง ใจชื้นอยู่บ้างที่พี่ออดมาช่วยดูให้ ยิ่งคิดก็เริ่มรู้สึกว่า
ตัวเองเป็นภาระ ทำให้พี่เขาต้องยุ่งยาก ไม่ได้ไปทำงานไปด้วย
ทำให้น้องๆ ต้องทำงานหนักขึ้น จนพี่เขาพูดออกมาว่า
‘เปิ้ล.. เราทุ่มเททำงานกันมามากแล้วนะ ถึงเวลา
ที่เราต้องทุ่มเทให้กับตัวเองแล้ว ตอนนี้ หน้าที่ของเปิ้ล
คือรักษาตัวเอง ไม่ต้องคิดอะไรมากกว่านี้’
ก็จริงอย่างที่พี่เขาพูด จำได้ว่า 3-4 เดือน ก่อนจะรู้ตัว
ว่าป่วยเป็นช่วงเวลาที่เราเหนื่อยมาก ซึ่งเป็นผล
จากการโหมงานมาเป็นปี เพราะในทีมไม่มีใคร
เขียนบทละครเป็นเลย แม้แต่ตัวเราก็ใช้ประสบการณ์
การลองถูกลองผิดมาเป็นปีๆ และน้องๆ ก็ยังประสบการณ์
น้อยเกินไป ทำให้ไม่เข้าใจการเขียนละครชีวิตนัก
นั่นทำให้เราต้องเขียนบททุกวัน สลับกับตัดรายการ
เสาร์อาทิตย์ก็ยังทำงาน พยายามจะหาคนมาช่วยแล้ว
ก็ยังหาคนมีประสบการณ์ไม่ได้ จำได้ว่า 3-4 เดือนก่อนหน้านี้
เราบอกกับพี่เชาว์ว่าเราทำไม่ไหวแล้ว เราเหนื่อย
พี่เขาก็พยายามจะหาคนมาช่วยแต่ตอนนั้นหาไม่ได้
แล้วจู่ๆ เราก็มาเป็นลูคิเมีย จำได้ว่าพี่เขาร้องไห้ก่อนเราซะอีก
เค้าโทษตัวเองว่าพาเรามาเหนื่อย พาเรามาลำบาก
ทำให้เราต้องป่วย เราเลยต้องร้องไห้ไป ปลอบไป
ว่าไม่เกี่ยวกับพี่สักนิด คิดๆ ไปแล้ว เราก็ทำงานมากไป
เครียดและเหนื่อยกับงานมานานแล้วจริงๆ น่ะแหละ
ตอนนี้คงต้องคิดถึงตัวเองเสียที


บรู๊ซ เคอร์บี นักไต่เขาพูดไว้ว่า “ทุกอย่างมักจะดูเลวร้าย
กว่าความจริงเสมอเมื่อเรามองจากที่ไกลๆ เช่น หนทางขึ้นเขา
ที่ดูน่ากลัว บางเส้นทางอาจดูเลวร้ายจนคุณระย่อและ
อยากหันหลังกลับ ผมได้บทเรียนสำคัญคือ แทนที่จะมอง
ขึ้นไปข้างบนและสูญเสียกำลังใจกับการจินตนาการ
ถึงอันตรายข้างหน้า ผมจะใช้วิธีจับจ้องอยู่ที่พื้นใต้ฝ่าเท้า
แล้วก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ไปทีละก้าว ต้องถึงสักวัน- Ariya Jinta
 

Spread The Love, Share Our Article

Related Posts

No Response to "ยกที่สอง : ผมจากไป ใจยังอยู่"

แสดงความคิดเห็น